OLYMPUS(Thailand) >

OM-D E-M1 Ver. 4.0

ใช้ประโยชน์จากโหมด Focus Stacking/
Focus Bracketing ของ OM-D E-M1 Ver. 4.0 ในการถ่าพแมลง
กับช่างภาพมืออาชีพ Kazuo Unno

การใช้เลนส์ที่ให้ภาพสว่าง เปิดหน้ากล้องกว้าง ถ่ายแล้วเห็นตัวคนชัดเจน ส่วนฉากหลังเบลอได้อย่างสวยงาม เป็นพื้นฐานของการถ่ายภาพคนแบบ Portrait แต่หากต้องการถ่ายวัตถุที่มีขนาดเล็กอย่างเช่นแมลง  จะเป็นการถ่ายด้วยเลนส์มาโคร และ Depth of field จะค่อนข้างชัดตื้นตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพระยะใกล้ที่สุดโดยใช้เลนส์มาโคร 60 มม. จะมีระยะชัดลึกที่โฟกัสได้เที่ยงตรงเพียง 0.5 มม. เท่านั้นจึงต้องเปิดหน้ากล้องหรือรูรับแสงให้แคบๆ แต่ก็ไม่สามารถถ่ายรูปให้คมชัดไปจนถึงขอบภาพได้ผู้ที่เคยลองถ่ายรูปแมลง เกือบทุกคนจะรู้สึกว่า น่าจะมีวิธีให้สามารถถ่ายรูปแมลงที่มีขนาดประมาณ 1 ซม. ให้คมชัดตลอดตั้งแต่หัวถึงหาง

พวกเราจึงค้นหากลวิธีหลายๆ อย่าง  โดยกลวิธีที่ได้รับความนิยม ก็คือ Focus stacking Focus stacking คือ กลวิธีในการถ่ายรูปหลายๆ รูป โดยปรับระยะโฟกัสไปทีละน้อย แล้วเลือกเอาเฉพาะส่วนที่คมชัดออกมาจากรูปแต่ละรูป มารวมกันให้เป็นรูปถ่าย 1 รูป   ยิ่งวัตถุที่ต้องการถ่ายมีขนาดเล็กเท่าใด ระยะชัดลึกก็จะน้อยลงเท่านั้น บางครั้งอาจต้องเสียเวลาถ่ายรูปถึงหลายร้อยรูป   กลวิธีนี้เป็นงานที่เหนื่อยล้าอย่างยิ่ง และไม่สามารถถ่ายแมลงที่ยังมีชีวิตได้

ข้าพเจ้าจึงพยายามลองทำ Focus stacking ของแมลงที่ยังมีชีวิต โดยเปิดหน้ากล้องให้แคบ ไม่ให้ต่ำกว่า F8 เพื่อให้มีระยะชัดลึกมากขึ้น จะได้ใช้รูปถ่ายน้อยลงกล้องรุ่น TG-3 ซึ่งสามารถถ่ายรูปในโหมด Focus stacking ได้โดยอัตโนมัติ เริ่มวางจำหน่ายในปี 2014 และรุ่น TG-4 ในปี 2015 ทำให้สามารถถ่ายภาพแบบ Focus stacking ได้สะดวก จึงกลายเป็นกล้องที่ผมไม่สามารถละมือจากมันได้   อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า คุณภาพของรูปถ่าย สู้การถ่ายรูปด้วยเลนส์มาโคร 60 มม. จริงๆไม่ได้อยู่แล้ว

ดังนั้น ที่ผ่านมาผมจึงถ่ายรูปแบบ Focus stacking ด้วย TG-3 หรือ TG-4 สำหรับแมลงขนาดเล็ก และ สำหรับแมลงขนาดใหญ่ จะถ่ายด้วยเลนส์มาโคร 60 มม. หลายๆ รูป แล้วนำมารวมกันเป็นหนึ่งภาพในภายหลังผมเคยคิดไม่รู้กี่ครั้งว่า หากมีกล้องแบบ Focus stacking ที่สามารถใช้เลนส์มาโคร 60 มม. ได้ จะสะดวกขนาดไหนตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพตั๊กแตนตำข้าว โดยปรับโฟกัสไปทีละน้อยจำนวน 100 รูป จะต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 3 นาที ระหว่างนั้น ไม่มีทางที่ตั๊กแตนตำข้าวจะหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ ดังนั้น จึงต้องลดจำนวนภาพลงไปเรื่อยๆ

KAZUO UNNO

และตอนนี้ กล้อง OM-D E-M1 เฟิร์มแวอัพเกรดเวอร์ชั่น 4.0 ที่เพิ่มความสามารถด้าน  Focus stacking / Focus bracketting ได้ปล่อยออกมาแล้ว ผมมีโอกาสได้ทดลองใช้กล้องตัวอย่างเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมานี้เองเมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องพร้อมเฟิร์มแวใหม่นี้ ผมมีความสุขและเพลิดเพลินในการถ่ายภาพมากๆ จนไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลยตลอดทั้ง 1 เดือน

ในเมนูเมื่อเปิดโหมด Bracketing เป็น ON และเลือก โหมด Focus BKT กล้องจะแสดงเมนูให้เลือกจำนวนของรูปถ่ายที่ต้อง การกับ Focus step โดย Focus step สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 1 ถึง 10 และจำนวนของรูปถ่ายสามารถเลือกได้ถึง 999 รูป ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจมาก Focus step คือ ระยะในการปรับหรือขยับจุดโฟกัสมากหรือน้อย โดย 1 จะปรับน้อยที่สุด ดูเหมือนว่าโดยพื้นฐานแล้ว กรณีที่ถ่ายรูปโดยใช้รูรับแสงกว้างสุด จะใช้ Focus step เท่ากับ 1 หรือ 2

อันดับแรก ลองถ่ายตัวอย่างที่ไม่เคลื่อนไหวก่อน    ก็เลยลองถ่ายหน้าแมลงทับแห่งมาดากัสการ์ในห้องจัดแสดงด้วย Focus bracketing ระยะเวลาในการถ่ายรูปสั้นลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการถ่ายรูปแบบ Manual ที่เคยทำมา   สะดวกกับการถ่ายรูปตัวอย่างเป็นจำนวนมาก   อย่างไรก็ตามมันไม่เหมือนกับ Focus stacking ตรงที่กล้องจะไม่ตัดต่อภาพให้เอง ต้องไปตัดต่อเองภายหลังโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่มีจำหน่ายทั่วไป

+

ตั้งค่าแบบมาตรฐาน
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/5.6

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/5.6, โฟกัส Step 1, 150 ภาพ

กรณีของการถ่ายรูปแบบ Focus bracketing จริงๆ แล้ว จะต้องตั้งค่าอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีนั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของตัวอย่างและมุมกล้องซึ่งไม่สามารถระบุเป็นสูตรสำเร็จได้ แต่ในการถ่ายรูปที่อัตราขยาย (Reproduction ratio) ใกล้เคียงกับ 1:1 และ Focus step เท่ากับ 1 ใช้เลนส์มาโครเปิดหน้ากล้องกว้างที่สุด 60 มม. และถ่ายแมลงขนาด 1 ซม. ให้คมชัดทั่วทั้งตัวนั้น จะต้องใช้รูปถ่ายไม่น้อยกว่า 100 รูป ผมได้ลองถ่ายรูปแมลงที่มีชีวิตบนฉากหรือพื้นหลังสีขาว แมลงที่ยังมีชีวิตอยู่จะเคลื่อนไหว ดังนั้นการถ่ายรูป 100 รูปเป็นเรื่องค่อนข้างยากเลยทีเดียว กรณีของแมลงขนาดเล็ก 1-2 ซม. หากไม่เคลื่อนไหว ตั้ง Focus step ไว้ที่ 2 หรือ 3 และจำนวนรูปถ่าย 50 ถึง 70 รูป ก็สามารถถ่ายได้ดี   ผมรู้สึกว่าหน้ากล้องที่กำลังเหมาะคือ F5.6 หรือ F8

+

ตั้งค่าแบบมาตรฐาน
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/5.6
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/5.6, โฟกัส Step 2, 70 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

ต่อไป จะลองถ่ายรูปแบบ Focus stacking กลางแจ้ง อันดับแรก ผมตัดสินใจจะถ่ายแมลงปอดูก่อน ผมได้ลองใช้โหมด Focus Stacking ของ OM-D E-M1 Ver. 4.0 ซึ่งจะร่วมภาพให้อัตโนมัติ จากภายถ่ายหลายภาพที่มีจุดโฟกัสที่แตกต่างกันแมลงปอ ฯลฯ ที่เกาะอยู่บนก้อนหิน ไม่ค่อยจะเคลื่อนไหว จึงเหมาะที่จะถ่ายรูปถ่ายด้วยเลนส์ซูม 40-150mm F2.8   ดูเหมือนว่า Focus step ประมาณ 3 น่าจะกำลังดี   ได้รูปถ่ายที่ฉากหลังยังเบลออยู่เหมือนเดิม เฉพาะแมลงปอเท่านั้นที่ชัดเด่นออกมา

+

ตั้งค่าแบบมาตรฐาน
ทางยาวโฟกัส : 420mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/6.3

+

Focus Stacking
ทางยาวโฟกัส : 420mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm ), f/6.3, โฟกัส Step 3

ผมเปลี่ยนเป็นโหมด Focus Bracketing อีกครั้ง และใช้เลนส์มาโครกับขาตั้งกล้อง เพื่อถ่ายภาพกบต้นไม้ และผีเสื้อ Silver-studded blue  ที่อยู่ในพงหญ้าถ้าแมลงเคลื่อนไหวหรือมีลมพัด จะได้ภาพที่ไม่ดี ดังนั้น  Focus step ควรใช้ประมาณ 4 น่าจะดีที่สุดส่วนหน้ากล้อง ให้พยายามเปิดหน้ากล้องน้อยๆ แล้วใช้จำนวนรูปถ่ายน้อยรูปจะดีกว่าตัวอ่อนของแมลงช้าง อาศัยอยู่ตามโขดหินที่มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ ฯลฯ เป็นแมลงที่มีความอดทน รออยู่นิ่งๆ จนกว่าจะมีเหยื่อเดินผ่าน   มีการใช้ชีวิตที่น่าทึ่ง โดยพรางตัวเองอย่างกลมกลืนกับตะไคร่น้ำเบื้องหลังแมลงช้างนี้แทบจะไม่เคลื่อนไหว จึงเหมาะกับการถ่ายรูปแบบ Focus bracketing การถ่ายรูปขยายของตัวอ่อนแมลงที่มีขนาดไม่ถึง 1 ซม. เนื่องจากพื้นผิวของโขดหินตะปุ่มตะป่ำ ดังนั้น รูปถ่ายที่จะคมชัดทุกซอกทุกมุมได้ จะต้องถ่ายรูปแบบ Focus bracket เท่านั้นยึดกล้องกับขาตั้งกล้อง ถ่ายโดยเปิดหน้ากล้อง F5.6 ตั้ง Focus step ไว้ที่ 1 กับ 2 ประมาณ 50 รูป   พบว่าถ้า Focus step เท่ากับ 1 แล้ว 50 รูปยังไม่พอ แต่ถ้า Focus step เท่ากับ 2 แล้ว 50 รูปก็สามารถตัดต่อได้สวยงามเพียงพอแล้ว

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/8, โฟกัส Step 3, 14 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/8, โฟกัส Step 4, 18 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/4, โฟกัส Step 1, 60 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

การถ่ายรูปแบบ Focus stacking หรือ Focus bracket สามารถใช้กับการถ่ายรูปพืชได้ด้วย นอกจากนี้การถ่ายภาพหยดน้ำที่เกาะบนใบไม้ ก็เป็นการถ่ายภาพมาโคร ดังนั้น การตั้งค่าจึงเหมือนกับการถ่ายรูปแมลงที่ผ่านมา การถ่ายรูปหยดน้ำเกาะใบไม้ซึ่งมีความลึก ให้คมชัดทั้งหมดได้นั้น ไม่มีวิธีอื่นนอกจากถ่ายตรงๆ จากด้านบนเท่านั้น   แต่ถ้าใช้ Focus stacking / Focus bracketing จะสามารถถ่ายจากด้านข้างก็ยังได้ ดังนั้น น่าจะสามารถเลือกภาพฉากหลังที่จะสะท้อนในหยดน้ำ ฯลฯ ได้อีกด้วย

+

ตั้งค่าแบบมาตรฐาน
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/5.6
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

+

Focus Bracketing
ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/5.6, โฟกัส Step 6, 7 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

+

ทางยาวโฟกัส : 120mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/5.6, โฟกัส Step 4, 20 ภาพ
(M.ZUIKO DIGITAL ED 60mm F2.8 Macro)

การถ่ายภาพที่จะเห็นผลของ Focus stacking / Focus bracketing ได้มากที่สุด ก็คือ การถ่ายโดยใช้เลนส์มาโคร   อย่างไรก็ตาม ยังทราบว่า นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ได้กับรูปถ่ายที่เอาดอกไม้เอาไว้ด้านหน้า แล้วแพนโฟกัสไปให้ถึงภาพฉากหลังได้อีกด้วยหากเลือกธีมหรือวัตถุที่จะถ่ายรูปโดยใช้ Focus stacking / Focus bracketing ซึ่งเป็นความสามารถที่มีอยู่ใน OM-D E-M1 Ver4.0 อาจสามารถถ่ายรูปอย่างสร้างสรรค์ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้

+

ตั้งค่าแบบมาตรฐาน
ทางยาวโฟกัส : 124mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/5.6
(M.ZUIKO DIGITAL ED 40-150MM F2.8 PRO)

+

Focus Stacking
ทางยาวโฟกัส : 124mm (เมื่อเทียบกับกล้องแบบ 35mm), f/3.2, โฟกัส Step 1
(M.ZUIKO DIGITAL ED 40-150MM F2.8 PRO)